ทำไมถึงคิดสร้างวัดที่สบลาน ?

พระมหาโอ๊ท's picture

ความเป็นมาเป็นไป ที่คิดสร้างวัดที่สบลานนั้น ขอยกเอาบทความที่เคยเขียนไว้ใน บล็อกสายลมแห่งปัญญาตอน สร้างวัด สร้างโรงเรียนที่สบลาน มาแสดงแทนดังนี้

ห่างหายไปนาน กลับลงมาจากดอยได้ ๔-๕ วันแล้ว แต่มัวทำนู่นนี่อยู่ พึ่งได้โอกาสมาปัดฝุ่นบล็อก คิดว่าคงยังไม่ลืมกันนะครับ

ที่หายไปหลายสัปดาห์นั้น ได้เดินทางไปอยู่กับพี่น้องปกากญอ ที่บ้านสบลาน ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ ที่นั่นเป็นชุมชนเก่าแก่ มีประชากรประมาณ ๒๐ หลังคาเรือน ก็ราว ๆ ๑๐๐ คน เป็นเด็ก ๆ ซะ ๒๐ กว่าคน

โรงเรียนของ สพท. ที่อยู่ใกล้ที่สุด คือโรงเรียนบ้านแม่ลานคำ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๗ กิโลแม้ว เด็ก ๆ ที่ไปเรียนที่นั่น ประสบปัญหาในการเดินทางอย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งคือปัญหาการไปอยู่ไกลหู ไกลตา ผู้ปกครอง

วัฒนธรรมของปกากญอ ที่ทำให้พวกเขาอยู่กับป่า กับน้ำ ได้อย่างกลมกลืน และมีส่วนสำคัญในการดูแลรักษาต้นน้ำ ไว้ให้เราชาวปลายน้ำ ( อ่านเพิ่มเติมได้ที่เอนทรี่เก่า "ใครว่าชาวเขาน่าสงสาร" ) อาศัยการสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยนิทาน ด้วยบทเพลง และด้วยการพูดคุยกัน

เมื่อเด็ก ๆ ต้องไปเรียนไกล ๆ ก็เสียโอกาสที่จะได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาวิถีปกากญอไปอย่างน่าเสียดาย เด็กเหล่านี้ น้อยคนนักที่จะมีโอกาสเรียนสูง ๆ ส่วนมากเรียนจบแล้วก็กลับมาอยู่ป่าอยู่ดอย แต่ก็ไม่สามารถอยู่ได้อย่างกลมกลืน เพราะขาดความรู้ในการอยู่ป่า เรียกว่าอยู่เมืองก็ไม่ได้ อยู่ป่าก็ไม่เป็น

ข่าวดีคือมีผู้เล็งเห็นข้อบกพร่องทางการศึกษาในระบบ อาสาพาตัวเองเข้ามาตกระกำลำบาก ร่วมกันกับชาวบ้าน คิดจัดตั้งศูนย์การเรียนที่สอนสอดคล้องกับวิถีชีวิตปกากญอขึ้น โดยมีกำลังสำคัญคือ ครูอาสาจากโรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนทางเลือกเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โรงเรียนวิถีปกากญอ จะเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรผสมผสาน ระหว่างหลักสูตรพื้นฐาน เช่น ภาษาไทย คณิตฯ วิทย์ฯ ศิลปะ ฯลฯ คู่ไปกับวิชาปกากญอ เช่น การทำไร่หมุนเวียน การทอผ้า ภาษาปกากญอ นิทาน เพลง สมุนไพร ฯลฯ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวมา

กลุ่มจิตอาสา ร.ร.รุ่งอรุณ ได้ขึ้นไปช่วยกันสร้างโรงเรียนไว้บนดอยเหนือหมู่บ้าน ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๕๒ ที่ผ่านมา แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี ยังเหลือรายการที่ต้องทำเพิ่มเติมดังนี้

1. มุงหลังคาให้เสร็จ

2. เปลี่ยนไม้ปูพื้นจากไม้ฟาก ( ไม้ไผ่สับ ) เป็นไม้แป้น ( ไม้แผ่น )

3. ทำฝา

4. เดินประปาภูเขา

5. สร้างบ้านพักครูอาสา ๒ หลัง

6. ทำรั้ว และประตูโรงเรียนใหม่

7. ฯลฯ

โรงเรียนแห่งนี้นอกจากใช้เพื่อการเรียนการสอนในวันปกติแล้ว ทุก ๆ วันพระจะถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดของโรงเรียน เพื่อใช้เป็นศาลาวัด สำหรับประกอบพิธีทำบุญตามหลักพระพุทธศานา

ในวันปกติ พระ ( ซึ่งมีอยู่รูปเดียว คือหลวงพี่โอ๊ทรูปนี้นี่เอง ) จะเดินลงดอยมาบิณฑบาตทุก ๆ วัน จะเว้นก็แต่วันพระ ที่ชาวบ้านจะนำข้าวปลาอาหาร ขึ้นไปทำบุญบนดอย

ดังนั้นโรงเรียนที่สร้างกันนี้ จึงเป็นทั้ง โรงเรียน เป็นทั้งวัด ไปด้วยในตัว ที่ขึ้นไปคราวนี้ ยังไม่มีการเปิดการเรียนการสอน จึงได้อาศัยกางเต็นท์ พักอยู่ที่โรงเรียน แต่คราวหน้าไปอีกที ชาวบ้านตกลงจะสร้างกุฏิเล็ก ๆ ไว้ในป่าไม่ไกลโรงเรียนนัก

บอกต่อ

share

Theme by Danetsoft and Danang Probo Sayekti inspired by Maksimer